Home » Food » รีวิวร้าน Tororo Sushi ร้านซูชิที่อยากจะไปเบิ้ลอีกรอบเร็วๆ
รีวิวร้าน Tororo Sushi  ร้านซูชิที่อยากจะไปเบิ้ลอีกรอบเร็วๆ

รีวิวร้าน Tororo Sushi ร้านซูชิที่อยากจะไปเบิ้ลอีกรอบเร็วๆ

โพสนี้เขียนโดย @ripmilla

ตอนนี้ร้านซูชิกำลังได้รับความนิยมในประเทศไทยถึงขีดสุด ไม่รู้มันมาจากอีท่าไหน แต่ผมว่าน่าจะเริ่มจาก เชฟกะทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นของประเทศไทย แกมี ร้านฮอนโมโน ของตัวเอง แถมไปโชว์พลังออร่าอาหารญี่ปุ่นในรายการเยอะแยะ ทันใดนั้น รสนิยมการกินปลาดิบของคนไทยก็เปลี่ยนจากแซลมอนแบบบุฟเฟ่ต์ เป็น ซูชิบาร์แบบฟิวชั่นให้อารมณ์หงอคงรวมร่างกับเบจิต้ายังไงยังงั้นเลยทีเดียว ซึ่งท่ามกลางร้านซูชิสมัยใหม่ที่ผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในกรุงเทพ วันนี้ผมเจอร้านเด็ดๆอีกร้านนึงที่อยากชวนให้ไปลิ้มลองจริงๆครับ

DSC04018


View TORORO SUSHI in a larger map

ร้านโทโรโร่ซูชิอยู่ตรงต้นๆซอยเอกมันครับ ริมถนนใหญ่เลย ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้า ก็ลงรถไฟฟ้าเอกมัยแล้วเดินอีกนิดหน่อย พอยั่วให้ท้องหิวก็ถึงร้านพอดี ถ้าขับรถมา ร้านจะอยู่ที่ตึก Horizon เอกมัย จอดรถที่ตึกได้ครับ แต่อย่าลืมปั๊มบัตรจอดรถล่ะ 

DSC03992

วันนั้นผมไปทานช่วงบ่ายแล้วเลยช่วงเวลาหนาแน่นของร้านอาหารทั่วไป ทำให้ไม่ค่อยมีแขกในร้านอยู่เท่าไหร่ นั่งกินสบายๆครับ โดยที่ผมเลือกนั่งที่บาร์เพื่อที่จะได้เห็นของในตู้และฝีมือของพ่อครัวได้สะดวกๆ

DSC03980

 พนักงานก็มาต้อนรับและส่งมอบเมนูครับ เท่าที่ดูคือ ร้านนี้มีแต่ซูชิเมนูล้วนๆ ใครจะมาหาข้าวหมูทอด หรือข้าวหน้าเนื้อร้านนี้ไม่มีนะครับ ซึ่งเมนูของร้านนี้ก็ราคาใกล้เคียงกับร้านอื่นครับ ไม่แพงมากเท่าไหร่

DSC03983

 

ราคาซูชิที่ร้านนี้ ถึงรูปจะดูเป็นคู่ แต่ราคาคิดเป็นคำนะครับ โดยที่ โอโทโร่ คำละ 400 บาท ตามมาด้วย จูโทโร่ ราคา 300 บาท หลายคนอาจจะว่าราคาทำไมมันแพงงี้ฟระ แต่จริงๆแล้ว ราคา โอโทโร่กับจูโทโร่ก็ประมาณนี้นะครับ ต่อให้กินที่ญี่ปุ่นก็ประมาณนี้แหละ เผลอๆบางร้านแพงกว่านี้อีกหลายเท่า

โอโทโร่และจูโทโร่คืออะไร ….

ปลาดิบที่คนญี่ปุ่นชอบทานกันมากที่สุดในโลกก็คือ ปลาทูน่า หรือที่เรียกว่า ฮอนมากุโระ นะครับ อย่าไปนึกถึงปลาทูน่ากระป๋องที่เปิดให้แมวกินนะมันคนละเกรดกัน ปลาทูน่าฮอนมากุโระถือว่าเป็นจรวดมิสไซล์แห่งท้องทะเลเชียวล่ะครับ เหล่าชาวประมงของญี่ปุ่นจะต้องดั้นด้นไปจับกันไกลมาก เมื่อกลับมาแล้วก็จะนำไปประมูลกันที่ตลาดปลา สึกิจิ (ใครที่ไม่รู้จัก ตลาดปลา สึกิจิ ไปอ่านที่นี่ได้ครับ) 

TORO

โดยที่เมื่อปลาทูน่าเหล่านั้นผ่านการซื้อขายเสร็จแล้ว เหล่าพ่อครัวก็จะแยกเนื้ออกเป็นส่วนๆโดยที่ร้านซูชิจะใช้เนื้อสามส่วนนี้มากที่สุดครับ นั่นก็คือ

o-toro

ภาพนี้ ไม่ใช่ โอโทโร่ของร้านโทโรโร่นะครับ

โอโทโร่ เป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันมากที่สุด ถือว่าเป็นที่โปรดปรานของชาวญี่ปุ่นที่สุด โอโทโร่ถือเป็นราชาแห่งซูชิก็ว่าได้ ด้วยรสชาติของไขมันปลาทูน่าที่เรียบลื่นแต่นุ่มลื่นควบคู่ไปกับความกรอบของเนื้อปลาทูน่า โอ้ เขียนไปน้ำลายหกไป อ๊ากกกก

chutoro1

ภาพนี้ก็ ไม่ใช่ จูวโทโร่ของร้านโทโรโร่เช่นกัน

ถัดมาก็คือ จูวโทโร่ครับ เป็นเนื้อที่มีไขมันรองลงมาจาก โอโทโร่ แต่ที่ต้องมีจูโทโร่ติดอยู่ในเมนูของร้านซูชิด้วยก็เพราะว่า ราคาที่สูงมากของ โอโทโร่ มันสูงจริงๆ แถมมันยังน้อยมากอีกด้วยครับ ดังนั้นเนื้อส่วนจูวโทโร่ที่มีอันดับรองลงมาก็จะเป็นตัวเลือกในส่วนนั้น 

Sushi-Kanesaka-Tokyo-Lean-tuna

และภาพนี้ ไม่ใช่ อะคามิของร้านโทโรโร่เหมือนกันนะครับ

 

และอันดับสุดท้าย ก็คือ เนื้อแดง หรือส่วนที่เป็นเนื้อเพียวๆของปลาทูน่า ทีมีชื่อเรียกว่า อะคามิ นะครับ เนื้อส่วนนี้เป็นส่วนที่บรรดานักทานซูชิ รุ่นเก่าชอบมากกว่า เพราะช่วงแรกๆของการทานซูชิในประเทศญี่ปุ่น อะคามิ คือส่วนที่เลิศที่สุด ทำให้คุณได้รับรู้ถึงเนื้อปลาทูน่าแบบเน้นๆไม่มีอะไรเจือปน พ่อค้าปลาช่วงแรกๆแทบจะแล่ เนื้อส่วนที่มีไขมันทิ้งกันเลยล่ะครับ แต่ช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา รสนิยมการทานซูชิของคนญี่ปุ่นเปลี่ยนไป มีการชอบรสชาติแบบมันๆของ โอโทโร่มากขึ้น ก็เลยกลายเป็นว่า อะคามิ กลายเป็นเนื้อปลาส่วนที่คนให้ความสนใจน้อยลงนั่นเองครับ 

โดยส่วนตัวผมก็ชอบทานหมดแหละ ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ฮ่าๆ

โห เล่านอกเรื่องไปซะไกล แต่ที่เล่าเนี่ย เพื่อจะบอกให้รู้ว่า ซูชิ ไม่ได้มีแค่ปลาแซลมอนอย่างที่เราเคยทานกันนะครับ มันมีปลาเทพๆอย่างอื่นอีกเยอะ กลับมาเข้าเรื่องร้าน โทโรโร่ ซูชิกันต่อนะครับ

ร้านโทโรโร่ซูชิ นอกจาก ซูชิแล้ว ยังมีซาซิมิ แล้วก็พวกโรลแปลกๆให้ทานอีกด้วยครับ รวมถึงพวก ด้ง ที่เป็นข้าวราดหน้าปลาดิบแบบต่างๆให้ทายอีกเพียบเลยครับ เรียกได้ว่าถูกจริตนักกินซูชิอย่างผมจริงๆ ก็เลยประเดิมไป 4-5 เมนูให้ครบเครื่องหลายๆอย่าง จะได้เอามาเขียนรีวิวได้บ้าง

DSC03988

 

โดยที่เมื่อเราสั่งออเดอร์อะไรก็ตามทางร้านจะมี Complimentary ให้ โดยที่ @joyz ได้ไข่ตุ๋นครับ ของผมไปทานอีกทีนึงได้ ถั่วแระญี่ปุ่นมาทาน

DSC03989

 

ระหว่างที่เราสั่งอาหารไป พนักงานก็จะเสิร์ฟของให้เราทานไปก่อน อย่างซุปนี่ผมชอบมากเลย เป็นซุปสาหร่ายใส่เนื้อปลาแซลมอนครับ รสมันเรียบๆไม่หวืดหวาอะไร เหมาะกับการทานสบายๆ มีความเค็มและความกลมกล่อมของสาหร่ายกำลังดีเลย ผมว่าเข้าท่ากว่าซุปมิโสะอีกนะเนี่ย

DSC03996

 

โรลอันแรกที่สั่งมาก็คือ แซลมอนโรลครับ เป็นโรลที่ห่อด้วยปลาแซลมอนขนาดใหญ่ ไส้ข้างในเป็นอะโวคาโด กับ ปูอัด แล้วราดด้วยไข่กุ้งวาซาบิกับมายองเนส มีประมาณ 8 ชิ้นด้วยกัน เหมาะกับการทาน 2-3 คนครับ เมนูนี้อร่อยดี ราคา 300 บาทครับ

DSC03982

 

ระหว่างนั้นผมก็สั่งพวกซูชิแบบคำมาทาน ซึ่งที่นี่ก็มีปลาแปลกๆที่ราคาไม่แพงมากให้ทานเยอะ อย่างเจ้านี่เป็น โคฮาดะครับ คำละประมาณ 70 บาท

DSC04001

 

แล้วก็แซลมอนกับอิกะครับ ราคา 50 บาท กับ 40 บาท โดยเฉพาะ แซลมอนหั่นมาให้ทั้งหนา ทั้งยาว แบบว่า @joyz เค้าชอบมากเลยล่ะครับ

DSC04003

 

อีกจานที่ผมสั่งมาก็คือ มากิโมโน เซ็ต A ครับ ก็คือ ชุดข้าวห่อสาหร่ายนั่นแหละครับ มี 12 ชิ้นด้วยกัน เป็น ปูอัน อะคามิ แตงกวา แล้วก็ปลาหมึกครับ ข้าวแข็งไปนิด แต่สาหร่ายหอมมากๆเลยแฮะ 

DSC04000

 

ปิดท้ายด้วย ข้าวราดหน้าปลาดิบที่ผมสั่งแบบหมัก ก็คือ สึเกะด้งนั่นเองครับ ในจานนี้จะมีแซลมอน กับ อะคามิ แบบหมักซีอิ๊ว ซึ่งหากินในประเทศไทยไม่ค่อยมีหรอกครับ คนที่ทำแบบสึเกะเนี่ย เพราะมันกินเวลานานกว่า บ้านเราก็เลยขายแต่แบบดิบๆกัน ซึ่งจริงๆแล้ว อะคามิหรือเนื้อปลาทูน่าแดงเนี่ย เป็นของที่ต้องหมักไว้ซักพัก ถึงจะอร่อยดีครับ เพราะต้องรอกรดอะมิโนที่อยู่ในเนื้อปลาออกมาทำปฏิกริยากับซีอิ๊ว ดังนั้นเจ้าสึเกะด้งนี่ ได้ใจผมไปเต็มๆแบบ 5 ดาวเลยล่ะครับ

DSC03999

 

แล้วก็ที่น่าตกใจก็คือ ผมเห็นภาพของสึเกะด้งในเมนูมันชามเล็กนิดเดียว เอาเข้าจริง มันมาชามเบ้อเร่อเลยครับ แม่เจ้าว้อย ประมาณภาพในเมนูไป

DSC04007

นานๆที ผมจะเจอร้านซูชิที่ @joyz เค้าบอกว่า ร้านนี้อร่อยแต่ไม่แพงเลย อยากมากินอีก

DSC04022

เสร็จสมอารมณ์หมายตัวเบาเดินออกมาจากร้านโดนไป 2 คน 1,120 บาท จริงๆ อยากจะกด โอโทโร่มาลองซักคำ แต่คิดดูอีกที ไว้มีตังค์มากกว่านี้ก่อนละกันนะครับ อิอิ  ถ้าจะให้รีวิวนิดๆหน่อยเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านนี้นะครับ ก็ตามนี้เลยครับ

  • ปลาสดดีมาก แต่ปลาหมึกแข็งไปหน่อย แซลมอนให้ชิ้นหนาดี แล้วก็มันแผลบๆได้ที่ดีมากครับ
  • ซุปสาหร่ายเมพมากๆ ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยปายไปได้เป็นปลิดทิ้งเลย
  • วาซาบิสด ถึงใจมาก ผมแตะโดนนิดหน่อยยังปริ๊ดดดด ถึงสมอง ใครเป็นหวัดมาสูดทีรับรองโล่งงงงง
  • พนักงานบริการดีมาก ชาร้อน เย็น เติมได้ไม่ขาด ซุปสาหร่ายก็สามารถเติมได้เรื่อยๆนะครับ
  • ร้านนี้ไม่มีคิด Service Charge เพิ่มครับ .. ราคาในเมนูคือ ราคาที่ Net เรียบร้อยแล้ว

 

 

Loading Facebook Comments ...