Home » Blog » “จิดาภา…..จักรยาน” กับการเดินทาง
“จิดาภา…..จักรยาน” กับการเดินทาง

“จิดาภา…..จักรยาน” กับการเดินทาง

กระแสการปั่นจักรยานในเมืองไทย ณ ตอนนี้ถือว่าเป็นกระแสที่คนมาเล่นกันเยอะมากทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากว่ามันจะช่วยเรื่องสุขภาพแล้ว ยังช่วยอีกหลายๆเรื่อง เช่น ประหยัด , สนุก , รักษาโรค หรือแม้กระทั่งรักษ์โลก ก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคนกันไป

1978761_1468754323361846_499752075996161057_n

ส่วนจอยเองไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเริ่มขี่จักรยานกับเค้าบ้างอะไรบ้าง มีความคิดอยู่ในหัวบ้าง เพราะคิดว่าเป็นการออกกำลังที่สนุกดี แต่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะบ้านเมืองเราไม่ได้ออกแบบมาให้ขี่จักรยานได้ง่ายเลย จนกระทั่ง….ศุภเดชไปโดนธนูปักที่เข่า เนื่องจากได้ไปอ่านหนังสือของคุณภูภู่เข้า ที่ว่าถึงเรื่องราวของจักรยาน แล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากขี่ขึ้นมา เลยลองชวนจิดาภามาขี่ด้วยกัน

363_aday_book_

หนังสือเล่มนี้ค่ะ SPIN !

.

.

ซื้อจักรยานคันแรก…

เมื่อตัดสินใจกันแล้วว่าจะลองขี่ ก็วางแผน วางงบไปซื้อจักรยานตามที่คุณภูภู่ว่าเลย ร้านเดียวกันที่แนะนำ เป็นร้านจักรยานมือสองที่นำมาจากญี่ปุ่น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะจริงจังได้แค่ไหน ยังไม่อยากลงทุนกับมันมาก

ร้านนี้เลยค่ะ เฮียสอ สมบัติคานามูจิ  แกก็แนะนำคันนั้นคันนี้ ตอนแรกก็อยากได้จักรยานคันใหญ่ปกติ หรือที่มีขนาดล้อ 700c แต่พอเอาเข้าจริงไม่กล้าขี่ค่ะ ดูสูงๆ คันใหญ่ๆ แต่ไปเห็นจักรยานพับสีแดงคันนี้ค่ะ ล้อเล็กๆขนาด 20 นิ้วเลยเลือกคันนี้แทน ส่วนของ @ripmilla ก็เป็นจักรยานสไตล์ทัวริ่งสีเทากลับมากันคนละคัน

 

1238824_10151891834647848_1579682538_n

1377972_10153290031520524_1614743236_n

 

เราซื้อกันมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2556 และด้วยความขี้เห่ออยากลองมาก ซื้อจักรยานเสร็จก็รีบไปจัดอุปกรณ์ หมวก ไฟมาเลย พอกลับบ้านมาปุ๊ป ก็ลองออกไปขี่กันแถวบ้านปั๊ปเลยค่ะ ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มกว่าแล้ว เป็นอะไรที่ตื่นเต้นเหมือนตอนขับรถออกถนนใหญ่ครั้งแรกเลยค่ะ แต่นี่เป็นการออกถนนด้วยจักรยาน อะไรๆมันก็ช้าๆ กลัวรถจะไล่บี้มากๆ ขี่กันแบบซ้ายมากจนจะติดขอบฟุตบาทเลย

วันแรกขี่กันได้แค่ 6 กิโลสำหรับการขี่จักรยานครั้งแรก ทำไมระยะทางมันช่างไกล สภาพหลังจากขี่ 6 กิโลวันนั้นเหนื่อยมากกค่ะ แถมอะไรๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจ เพราะเหมือนว่า @ripmilla เค้าขี่คันใหญ่กว่าเรา ในขณะที่เค้าขี่กำลังชิลๆ แต่จิดาภาเนี่ยสิ ล้อก็เล็กกว่า แรงถีบก็น้อยกว่า พอปั่นเสร็จมันเหนื่อยแบบพูดไม่ได้เลยค่ะ ฮ่าๆ

ณ ตอนนั้นพวกเราเองก็ยังไม่มีความรู้อะไรๆมากพอ ก็แค่อยากจะขี่ คิดย้อนไปตอนนั้นเรายังไม่เคยปรับเบาะ ปรับแฮนด์อะไรกันเลย จะเหนื่อยมากก็ไม่แปลก เพราะขาคงงอเกินไป เวลาปั่นจักรยานเลยเมื่อยไปหมด

.

.

จากจักรยานพับที่ขี่ได้แปบเดียว ก็เริ่มรู้สึกว่ามันชักไม่เข้าท่าและ เพราะจอยต้องออกแรงปั่นจักรยานล้อเล็กๆ ในขณะที่พี่โก๋ปั่นชิวๆ แต่รถวิ่งไปนู่นนนนน  ผ่านมา 1 สัปดาห์ก็เลยจัดการขายคันเดิมอย่างรวดเร็ว และก็ยังคงถอยมือสองมาแค่เป็นคันเท่ากันกับ @ripmilla

ชีวิตของการปั่นจักรยานแบบสนุก มันเริ่มต้นจากจุดนี้ค่ะ เพราะคันใหม่ที่เลือกมาคันนี้ค่อนข้างถูกใจเลย เป็นไฮบริด แฮนด์ตรง แต่มีโช็คคู่หน้ามาให้ ขี่ในเมืองสบายๆ แถมยังเป็นเฟรมแบบผู้หญิงด้วยค่ะ ตัวเฟรมจะลาดเอียงมากกว่า ทำให้เราคร่อมได้ง่าย จอยตั้งชื่อว่าน้อง “แป้งเย็น” เริ่มตั้งชื่อให้จักรยานแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ

1278180_10151906616322848_766711554_n

ขี่บ่อยๆขึ้น ก็เริ่มสนุกกับการขี่จักรยานค่ะ แรกๆเราใช้วิธีขี่ตอนกลางคืน (ถนนใหญ่นะคะ) เพราะรถจะค่อนข้างน้อย และพอดีเส้นแถวบ้านก็ไม่ได้ขับเร็วอะไร พอเริ่มคุ้นกับถนนก็เริ่มที่จะเปลี่ยนมาปั่นเช้า ปั่นไปทำงานแทน ปั่นในชีวิตประจำวัน หรือหาจุดหมายใกล้ๆแล้วก็ปั่นไปทำ Mission กันค่ะ รู้สึกประหยัดเงินได้ดีค่ะ ช่วงปั่นไปทำงาน หรือปั่นไปห้างใกล้ๆ

1244296_10151926919492848_1921660535_o

ก็เริ่มที่จะปั่นได้ไกลมากขึ้นอีกเล็กน้อย จากที่ได้แค่ 6-7 กิโล ก็เริ่มบ้าไปปั่นรอบใหญ่ๆแถวบ้าน โดยเพิ่มระยะเป็น 16 กิโล จากนั้นก็เพิ่มมาเป็น 23 กิโล ขี่ไปพักไปบ่นไปเลยค่ะ มันเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมาก ไม่ถึงบ้านสักที หมดแรง …

แต่ยิ่งขี่ก็ยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้นอีก แต่จักรยานเจ้ากรรมมันเป็นมือสองอ่ะนะ ก็มีบ้างที่จะเกิดอาการแปลกๆ โซ่เสียงดังบ้าง , การขึ้นเกียร์ไม่ได้ดั่งใจบ้าง , เกียร์ขึ้นได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือไม่ก็โซ่หลุดไปเลย อยากไปจะเปลี่ยนนั่นนี่ให้มันดีขึ้น แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากจะลงุนกับจักรยานเก่าๆมากนักค่ะ ดูไม่ค่อยคุ้ม จักรยานของ @ripmilla ก็พอกันเลย จะพังแหล่ไม่พังแหล่

ขี่มาได้อีกเดือนนึงก็ตัดสินใจเปลี่ยนคันกันอีกรอบ ทั้งคู่เลย (เป็นการอัพเกรดที่เร็วกันมาก) เพราะเริ่มจริงจังกับการขี่มากขึ้น จากขี่เดินทางระยะใกล้ๆ ก็มาเป็นขี่ในชีวิตประจำวัน แล้วก็มาเป็นขี่เอาระยะทางให้ไกลขึ้นอีก ตอนนั้น…เริ่มทำการบ้านมาค่อนข้างดีขึ้นๆเรื่อยๆ แต่ชีวิตเรายังเป็นการขี่ในเมืองอยู่ คันใหม่จึงออกมาเป็น

1522002_10153721328715524_1228762607_n

Merida Speeder T2 จักรยานมือหนึ่งคันแรก อันนี้ของ @ripmilla ค่ะ
อุปกรณ์ครบครัน พร้อมกระจกมองข้าง เจ้า“เมอเล่”

1374168_10151976111622848_452318964_n

กับ Merida Crossway 300D ทรงผู้หญิง
เป็นไฮบริดกึ่งเสือภูเขา (เพราะมีโช๊คหน้าให้ด้วยค่ะ)
บอกแล้วเราขี่ในเมือง ต้องการความนิ่มนวล คันนี้น้อง “ฟินาเล่” ค่ะ

 ครั้งแรกที่ขี่ รู้ได้เลยว่าจักรยานแพงๆ มันก็มีดีของมันค่ะ เพราะการลื่นไหลของเกียร์มันดีกว่ากันมาก ขี่ได้สบายกว่า … หลังจากนั้นก็เริ่มขี่ 23 โลแถวบ้านกันได้อย่างสบายใจ ขี่จนเป็นเรื่องปกติแล้ว จนหาเรื่องท้าทายมากกว่าเดิมให้เป็นสัก 40-50 กิโล

IMG_0248

จากที่ประหยัดเรื่องการเดินทาง กลับกลายเป็นจุดเริ่มที่ว่า ต้องขับรถไปไกลๆเพื่อหาที่ดีดีเพื่อขี่จักรยานได้เร็วๆ มันๆ ฮ่าๆๆๆ ช่วงนั้น มีเพื่อนชวนไปปั่นที่ “อ่างเก็บน้ำ บางพระ” จ.ชลบุรีกันค่ะ ที่นั่นเป็นที่แนะนำของนักปั่นกันเลย ถนนดี แต่ต้องไปเช้าๆก่อนแดดมานะคะ เพราะว่าทั้งแดดทั้งลม โหดเอาเรื่องใช้ได้เลยค่ะ

ซึ่งหลังจากปั่นทริปนั้น ก็เรียกได้ว่า “กลับมาตายอีกรอบ” เพราะทุกทีปั่นซ้อมขาที่ระยะประมาณ 10-20 กิโลเมตรมาแต่คราวนี้มันเกือบๆ 50 กิโลเบย ถึงแม้ว่าขามันยังมีแรงถีบ แต่ “หัวใจ” มันเต้นแรงมากๆ  แถมเส้นทางก็มีเนินขึ้นๆลงๆให้ได้เหนื่อยเงิบกันเล่นๆอีกตะหาก แต่ก็ถือว่า “สนุกมาก” มากเท่าที่เคยขี่มาเลย เพราะถนนดี๊ดี รถก็ไม่ค่อยมี ขี่ได้แบบไม่ต้องกังวล แต่เราพักบ่อยค่ะ จิดาภาก็เลยไม่เงิบมากเท่าไร่ แค่ร้อนจนจะเป็นลมเท่านั้นเอง

จบจากทริป 50 กิโล มาได้ 1 สัปดาห์ก็มีรุ่นพี่ชวนไปขี่อีกทริปนึง  สอบถามระยะทางมาได้ เค้าบอกว่าประมาณ 50 กว่าโล ก็เลยตอบตกลงไป เพราะเราเคยผ่านระยะทางนี้มาแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรยาก ตอนนั้นเป็นช่วงต้นปี 2557 แล้วค่ะ ที่หนาวๆ หนาวกันสุดๆอ่ะ ตอนเช้าไปถึงจุดนัด อากาศหนาวมากกก มือแข็งไปหมดเลย  ขาไปก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่จอยขี่ได้ช้ามากเลย เพราะคนอื่นๆเค้าขี่เสือหมอบกับ แต่จิดาภาก็แค่ไฮบริดธรรมดา ขาก็ไม่มีแรง อุปกรณ์พวก ไมล์ ก็ยังไม่มีค่ะ ได้แต่ขี่ๆไป ขาไปก็สงสัยว่า มันจะ 50 โลได้ไงว้า ไกลจัง พอขี่กลับมาถึงเพิ่งจะรู้ว่าทริปนั้น . . . . . .

1607067_10152218154192848_741846158_n

มัน 75 กิโล !!!!!!! เฮ้ย !!! ไม่ใช่ขี้ๆ ขากลับทรมานมาก ปวดตูด มือชา ปวดขา ปวดหัว สารพัด ระยะทางช่างเวิ้งว้างง ขี่เท่าไร่ก็ไม่ถึงสักที เผาผลาญไป 3 พันกว่าแคล กินข้าวได้สองวันสบายๆเลย จะบ้าตาย เหนื่อยมากจริงๆค่ะอันนี้ “หัวใจ” เล่นงานตลอดทาง

แต่ทริปนี้..มันเป็นตัวชี้วัด และเป็นตัวตัดสินใจอะไรได้อย่างนึงค่ะ

ในขณะที่ขี่จักรยานไปด้วยกันกับคนหมู่มาก จิดาภาเกิดข้อสงสัยอย่างนึงคือ จักรยานของคนอื่นทำไมถึงไปได้เร็วนัก จอยช้าคนเดียวตลอดทริปเลย แค่พวกเค้าขี่เสือหมอบกัน มันทำให้ความเร็วต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ถึงข้อสงสัยนี้จะยังไม่ได้คำตอบ แต่ก็ได้คำตอบกลับมาอีกเรื่องนึง นั่นคือ จอยขี่จักรยานที่หนักถึง 15 กิโล (รวมของบนจักรยาน) มาตลอดระยะทาง 75 กิโล (นี่ตรูขี่จักรยานแม่บ้านเรอะ) แสดงว่าแรงขาจิดาภามันก็มีนะเฟ้ย

กลับมาบ้านมานั่งไตร่ตรอง หรือว่าเราควรจะเป็นเสือหมอบได้แล้ว? แต่ก็ยังกลัวหลายๆอย่างค่ะ ขี่เสือหมอบไปทำงาน อาจจะดูขี่ยากขึ้น จอยเองก็ไม่ค่อยกล้าขี่ด้วย กล้วๆไงไม่รู้ค่ะ กลัวล้ม แต่ก็โดนสบประมาทจากทริปที่ไปมาพอสมควร เราสองคนก็เลยลองแหยมๆไปดูความเป็นไปได้ที่ร้านจักรยาน ดูรุ่น ดูแบบ ดูราคา

จากวันที่ 19 มกราคม 57 ที่เพิ่งจบทริปไป หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ @ripmilla ก็ถอยมา 1 คัน (โดยการขายคันเก่า) ก่อน เพราะจอยยังกลัวๆ

1622224_10153739808460524_458273083_n

Bianchi Impulso 2014 “คุโระ” ลองไปอ่านรีวิวได้ที่นี่ค่ะ

แต่พอได้เห็น @ripmilla ขี่ในเมืองได้ เราก็เลยอยากลองดูบ้าง อีกสัปดาห์นึงเลยไปถอยบ้าง โดยเลือกตัวที่ไม่แพงมาก ราคากลางๆ

1010999_10152234047017848_1375737338_n

Bianchi Nirone “เฉาก๊วย”

 

สุดท้าย….เราสองคนก็เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเจ้าเสือหมอบคันนี้ค่ะ ตั้งแต่มีเจ้าคันนี้ จอยชีวิตเปลี่ยนไปเลย

.

.

 

1901912_10152335885682848_1936083406_n

เสื้อผ้าจัดเต็มมาแบบนักขี่จักรยานเลย

1546272_10152248408172848_941840112_n

ขี่ 40 กิโลชิวๆ (แต่ยังคงแพ้แดดอยู่ มีแดดแล้วเหนื่อยมาก)

 

1011606_10153991765060524_8164094512780143400_n

ติดบันไดคลีท และใส่รองเท้าคลีท

1890514_10152398123552848_3256912921607983546_o

แล้วก็ล้มบ้างอะไรบ้าง เพราะปลดคลีทข้างขวา
แต่น้ำหนักดันเอนไปด้านซ้าย ล้มช้าๆ (นี่ล้มช้าๆ สาบาน)

1545961_10152247909712848_698650575_n

จากที่ประหยัดน้ำมัน เพราะปั่นไปทำงาน ก็เริ่มขี้เกียจปั่นไปทำงานแล้ว
เพราะร้อนบ้าง แถมขี่หมอบในเมืองถนนไม่ดี กระแทก สะเทือนที เจ็บไปหมด
จากตอนแรกที่จะปั่นจักรยานเพื่อประหยัดน้ำมันกลายเป็นผลาญน้ำมันมากกว่าเดิม
โดยการขับรถไปที่ไกลๆ เพื่อหาเรื่องขี่ได้เร็วๆ ถนนดีๆ

 ช่วงนั้นขับรถไปชลบุรี ไปขี่ที่อ่างเก็บน้ำบางพระเป็นว่าเล่น จนกระทั่งได้มาขี่ที่ถนนข้างรันเวย์สุวรรณภูมิ แล้วได้พบว่า ถนนที่ดีดีกว่ามากก ใกล้บ้านอีกต่างหาก ก็เลยยิ่งขับรถมาขี่ที่นี่บ่อยๆ จนกลายเป็นว่าเรื่องประหยัดน้ำมันหายไปแบ้ว ฮ่าๆๆๆ

แถมหลังๆ ความจริงจังเรื่องการปั่นจักรยานยิ่งมากขึ้นไปอีก นอกจากอยากจะขึ่ให้เร็วขึ้นแล้ว ยังให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่องอัตราการเต้นของหัวใจเอย , ระยะทางเอย , รอบขาเอย  จอยก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรกับเค้าหรอกค่ะ ก็มี @ripmilla คอยอธิบายให้ตลอดเวลา ว่าทำไมต้องงั้นงี้ แถมยังอัพอะไหล่เพิ่มอีก เช่น ล้อบ้าง , เบาะบ้าง , ชุดเกียร์บ้าง

ไอเรื่อง “ชุดเกียร์” เนี่ย จอยไม่ได้อยากอัพอะไรหรอกค่ะ แต่ชุดเกียร์ของจักรยานรุ่น Nirone ของจอยเนี่ย ก้ามเบรคมันแข็งมาก เบรคยาก เอื้อมก็ไม่ถึง @ripmilla เค้าเป็นห่วง กลัวเบรคไม่ทันเลยอัพชุดของเค้า แล้วยกอันเดิมมาให้จอยแทน จาก Shimano Sora เป็นรุ่น 105

หลังจากอัพชุดเกียร์เสร็จ ก็เลยหาเรื่องอัพล้อ แต่ไม่ได้มีเรื่องประสิทธิภาพมากเกี่ยวข้องเลยนะ เลือกล้อ Fulcrum Racing Quattro เพราะสวยล้วนๆ  ฮ่าๆๆๆๆ ถือคติ “รถแพง แรงไม่มี” รถจะดูแพงไปไหน แรงขาไม่มีจะถีบ กร๊ากกกก

10250325_10152437277937848_8728564913699399178_n

อัพล้อเรียบร้อย Fulcrum Racing Quattro (บ้าเนอะ)

แต่งั้นก็เหอะ จอยก็ยังขี่ไม่ค่อยได้ไกลเท่าไร่ เพราะจอยจะมีปัญหาเรื่องการเจ็บตามร่างกายค่ะ ….. ขี่ไฮบริด จอยเจ็บแค่สบักและมือชา แต่พอเป็นเสือหมอบปุ๊ป ปวดคอเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้การขี่ไกลๆจะมีปัญหา เวลาร่างกายมันเจ็บๆ เมื่อยๆ มันอยากจะเลิกขี่ กลับบ้านนอนค่ะ ฮ่าๆๆ ก็มันทำให้เหนื่อยไปหมดนี่นา

จนเมื่อล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 57 ที่ผ่านมา @ripmilla ตัดสินใจไป Fitting ปรับองศาร่างกายใหม่ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการขี่จักรยานดีมากขึ้น แก้ปัญหาเจ็บต่างๆ กับพี่อี๊ด Sportech

10178032_10154086404105524_8002806287158843973_n

10314603_10154086404155524_5063513765810355409_n

ปรากฏว่าพอกลับมาลองขี่แล้ว ประทับใจมาก ทำสถิติใหม่ได้เลย
พอจิดาภาเห็นเยี่ยงนั้นแล้วก็ไม่รอช้า เค้าว่าดี ก็ว่าดี ไปจัดบ้าง
ใครอยากรู้ว่าทำอะไรบ้าง ลองอ่านได้ที่
http://www.freeware.in.th/blog/10721

IMG_1775

IMG_1784

.

.

.

 

พอไป Fitting กลับมา ก็เลยไปลองขี่ดูบ้าง ปรากฏว่า .​…….

10269365_10152460945997848_7002001763235369074_n

ปรากฏว่า จิดาภา ทำสถิติใหม่ได้เหมือนกัน ดีที่สุดเท่าที่เคยขี่มาเลย
ทำเวลาดีขึ้น และ Average ก็ดีขึ้น

แต่…….นี่คือผลของการ Fiting ให้พอขี่ได้ไปก่อน แต่ยังแก้ปัญหาของจอยยังไม่จบค่ะ เพราะจริงๆแล้วเนื่องจากผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ สรีระจะไม่เหมือนผู้ชาย ตรงนี้ขาจะยาวกว่าแขน เพราะฉะนั้นเค้าถึงมีจักรยานไซส์พิเศษทำออกมาเพื่อให้ผู้หญิงโดยเฉพาะ คือท่อนอนจะสั้นกว่าปกติ ซึ่งจอยเองก็จะต้องขี่แบบนั้นด้วยเช่นกัน ไม่สามารถเปลี่ยนอะไหล่แล้วจบได้ แต่จอยต้องเปลี่ยนทั้งเฟรม

อ่อก .​.​.​.​……..!

.

.

.

นึกย้อนกลับไปเมื่อจักรยานคันแรกที่ขี่ มาจนถึงตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงมันไปเยอะมาก แต่นี่..เพิ่งจะผ่านไปได้แค่ 8 เดือนเท่านั้นเอง ยังไม่ครบปีเลย จะเปลี่ยนอะไรเยอะแยะ ตาแป๊ะไก่ วงการนี้น่ากลัวมากมาย ถือว่าเป็นการเดินทางระยะสั้น แต่เปลี่ยนอะไรไปได้เยอะค่ะ อัพไวยิ่งกว่ามือถือ ฮ่าๆๆ

หากใครอยากจะขี่จักรยาน อยากจะซื้อจักรยาน ลองถามกับตัวเองดูค่ะว่า อยากจะเริ่มขี่แบบไหน สไตล์เราคืออะไร แล้วตั้งงบประมาณหาซื้อได้เลยค่ะ สำหรับมือใหม่ลองศึกษาจากกระทู้นี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นก่อนค่ะ

สำหรับจอยไม่คิดว่าสไตล์จะมาไกลได้ขนาดนี้เหมือนกัน ถ้าขี่คนเดียวคงเป็นจักรยานพับง่ายๆ ขี่ดูนก ชมไม้ ท่องเที่ยวซะมากกว่า แต่พอมีกลุ่ม มีเพื่อน มีคนขี่ด้วย มันก็สนุกและสามารถไปตามๆกันได้ค่ะ

Enjoy your bike ค่ะ :)

 

 

Loading Facebook Comments ...